เครื่องจักมือสองในประเทศไทยและต่างประเทศ

ตลาดเครื่องจักร แหล่งรวมของสำคัญสำหรับตลาดอุตสาหกรรมและการก่อสร้าง December 22, 2013 Comments Off

ตลาดเครื่องจักร

เมื่อราคาของเครื่องจักรสูงชนิดที่ว่าไม่สามารถสั่งซื้อมาเป็นจำนวนมาก หรือมีสำรองไว้มาก และที่สำคัญอายุของเครื่องจักรเองก็ค่อนข้างมีความคงทนสูงพอๆ กัน แต่โดยส่วนใหญ่แล้วเครื่องจักรเมื่อไม่ได้ใช้งานแล้ว หรือถูกขายออกจากโรงงานแล้ว ก็จะถูกส่งไปขายต่อในตลาดเครื่องจักรที่มีคนจำนวนไม่น้อยรอซื้ออยู่

ส่งผลให้ตลาดเครื่องจักรมือสองเองก็ได้รับความนิยมสูง เพราะนอกจากจะได้ซื้อเครื่องจักรในราคาที่ถูกลงแล้ว ยังสามารถใช้งานเครื่องจักรดังกล่าวได้อีกนานเลยทีเดียว ตลาดเครื่องจักรมีอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้สามารถเลือกนำมาใช้กับงานได้หลายประเภท ไม่เว้นงานใหญ่งานเล็กเครื่องจักรที่อยู่ในตลาดก็มีให้เลือกอย่างละลานตา

ตลาดเครื่องจักรเองก็มีทั้งข้อดีข้อเสียในการซื้อขาย เพราะเมื่อมีการเปิดตลาดไปแล้ว การควบคุมตลาดให้คงอยู่ และได้มาตรฐานจำเป็นต้องได้รับการบริหารจัดการอย่างถูกต้อง และมีการดูแลระดับราคาไม่ให้ขึ้นสูงเมื่อตลาดมีแนวโน้มด้านความต้องการสูงขึ้น

แม้ว่าสินค้าในตลาดเครื่องจักบางรุ่น บางประเภทจะเป็นสินค้ามือสองที่เคยผ่านการใช้งานมาแล้ว แต่ก็นับว่ายังเป็นเครื่องจักรที่ยังสามารถทำงานได้อีกมากพอสมควร รวมไปถึงการนำไปใช้เพื่อเป็นตัวสำรองในการทำงานเพื่อลดต้นทุนในการสั่งเครื่องจักรชิ้นใหม่จากต่างประเทศ เพราะจากผลสำรวจของตลาดเครื่องจักรต่างพบว่า บริษัทหรือโรงงานต่าง ๆ มักเลิกใช้เครื่องจักรบางรุ่นไวกว่าอายุที่ควรใช้ หรืออาจเป็นเพราะมีการสั่งซื้อเครื่องใหม่เข้ามาแทนที่ หรือรุ่นใหม่กว่านั่นเอง

ในอนาคตตลาดเครื่องจักรมีทิศทางตลาดที่พัฒนาขึ้นมาก รวมไปถึงเจ้าของโรงงานต่างนำมาเทขายเพื่อใช้สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันในองค์กร เพื่อลดต้นทุนภายในและภายนอก ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เรากำลังได้เห็นว่าตลาดเครื่องจักรกำลังเกิดขึ้นมากมาย และมีจำนวนผู้ซื้อ-ผู้ขายเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เยี่ยมชมเว็บไซต์เครื่องจักรประเภทต่างๆได้ที่นี่ mascus.co.th

แบคโฮ หน้าตักหลังขุด สุดยอดรถคู่งานก่อสร้าง !!! November 25, 2013 Comments Off

                ในโลกที่ธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์กำลังดำเนินรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้าน คอนโดมิเนียม ห้างสรรพสินค้า หรืออาคารพาณิชย์ต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งสำคัญที่ก่อเกิดให้ธุรกิจในหลายๆ แขนงเติบโตไปได้ด้วยดี และสิ่งที่เข้ามาช่วยดำเนินการให้ธุรกิจก่อสร้างสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี จำเป็นต้องได้การสนับสนุนจากวัสดุและอุปกรณ์ที่ดี เช่นเดียวกันกับรถแบคโฮ หน้าตักหลังขุด ที่เรียกได้ว่าเป็นพระเอก 2 in 1 ของงานขุดและงานขน
                แบคโฮ หน้าตักหลังขุด สามารถช่วยให้การทำงานในด้านการขนย้าย และการขุดเจาะทำไปได้ควบคู่ในเวลาเดียวกัน สามารถตอบโจทย์การทำงานที่ต้องการเคลียพื้นที่ไปได้เรื่อย ๆ เพราะเมื่อมีการขุดเจาะพื้นดิน เศษดินที่เหลือจากการขุดเจาะมักจะเป็นปัญหาหลังการทำงานที่น่าปวดหัว อีกทั้งหากจะนำรถอีกคันเข้ามาเพื่อขนย้ายซากดิน ยิ่งทำให้พื้นที่อาจจะไม่เพียงพอต่อการเข้าถึง ดังนั้นรถแบคโฮ หน้าตักหลังขุด จึงเรียกได้ว่าเป็นรถที่มีความคุ้มค่าทั้งด้านการใช้งานและการขุดเจาะพื้นดิน
                โดยเฉพาะหากพื้นที่ดังกล่าวค่อนข้างมีพื้นที่จำกัด ความสะดวกในการเข้าถึงก็ดูจะยากขึ้น การได้รถแบคโฮ หน้าตักหลังขุด มาเสริมหรือจะใช้เป็นตัวหลักในการขุดพื้นดิน แล้วตักออกเพื่อส่งขึ้นไปยังรถบรรทุก ก็ดูจะทำให้ความยุ่งยายากในการทำงานนั้นลดลงและยังช่วยประหยัดเวลาในการขนย้าย จากรถตักดินไปสู่รถบรรทุกได้ด้วย
แบคโฮ หน้าตักหลังขุด มักถูกใช้ในการขุดเจาะพื้นดินตั้งแต่แบบทั่วไปจนถึงพื้นดินที่ปูด้วยคอนกรีต ทั้งนี้ทั้งนั้นการขุดเจาะพื้นดินในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ อาจจะไม่ได้มีข้อจำกัดมากนักเพราะในแต่ละรุ่นของ แบคโฮ หน้าตักหลังขุด ก็จะมีออฟชั่นเสริมที่แตกต่างกันอีกด้วย

ค้นหารถแบคโฮ มือสองและ
เยี่ยมชมเว็บไซต์ มาสคัส ที่นี่

เครื่องจักรกลการเกษตร 2556 October 16, 2013 Comments Off

เครื่องจักรกลการเกษตร 2556

เครื่องจักรกลการเกษตร 2556

เครื่องจักรกลการเกษตรในปัจจุบันนี้มีการวิวัฒนาการรวดเร็วมากเมื่อเทียบกับในอดีตที่มีการใช้แรงงานคนมาทำการเกษตรกรรม ทั้งการทำนา ทำไร่ และทำสวน แต่เมื่อย่างเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรมรุ่งเรืองแล้วได้มีการนำเครื่องจักรกลเข้ามาทดแทนแรงงานคนกันมากขึ้นและมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว เนื่องจากในการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรนั้นสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วมากกว่าแรงงานคนทำให้ผลผลิตก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ทำให้มีสินค้าเกษตรเพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันมากขึ้นส่งผลให้มีการขยายตัวของการส่งออกสินค้าเกษตรเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน ในส่วนทิศทางฐานเศรษฐกิจรวมไปถึงภาพรวมเครื่องจักรกลการเกษตรในปี 2556 จะมีการเติบโตทั้งในประเทศและการส่งออกสูง

โดยในประเทศทั้งนี้เป็นผลมาจากนโยบายประชานิยมในโครงการรับจำนำสินค้าเกษตรของรัฐบาล โดยเฉพาะข้าว และมีการคาดการณ์มูลค่าตลาดเครื่องจักรกลการเกษตรในไทยของปี 2556 ว่าน่าจะมีมูลค่ามากกว่า 1.1 แสนล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยแบ่งเป็นรถแทร็กเตอร์  ประเภทรถไถเดินตาม มูลค่าตลาดอยู่ประมาณ 6 หมื่นล้านบาท ประเภทรถเกี่ยวข้าว ยอดขายประมาณ 1 หมื่นคันมูลค่าตลาด 2 หมื่นล้านบาท  อุปกรณ์ต่อพ่วง มูลค่าตลาด 1.2 หมื่นล้านบาท อะไหล่รถเกี่ยวข้าว มูลค่าตลาด 1 หมื่นล้านบาท  ที่เหลือเป็นเครื่องยนต์ดีเซลขนาดเล็กตลาดในประเทศส่วนใหญ่ โดยยอดขายสูงสุดรั้งอันดับ 1 ตกเป็นของ บริษัท  สยามคูโบต้าอุตสาหกรรม จำกัด  และอันดับสองเป็น  บริษัท ยันมาร์ จำกัด  เป็นต้น

ซึ่งปัจจุบันเกษตรกรไทยส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ยประมาณ 65 ปี ไม่ใช่เฉพาะในเมืองไทยเท่านั้น ยังครอบคลุมไปถึงเกษตรกรในอาเซียนด้วย ดังนั้นการผลิตเครื่องจักรกลการเกษตรจะต้องเป็นระบบที่ใช้งานง่าย ทันสมัย เร็ว เพิ่มผลผลิตต่อไร่ เพราะหากระบบออกมาซับซ้อนเกินไป หรือใช้งานยาก จะเป็นปัญหากับผู้สูงอายุในการใช้งาน ซึ่งในปีนี้นับเป็นปีทองของเครื่องจักรกลการเกษตร ที่จะมีการเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสินค้าพืชผลทางการเกษตรมีราคาดี ทำให้เกษตรกรมีกำลังซื้อเพิ่ม เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยอดขายกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรโตตามไปด้วย ขณะเดียวกันเป็นผลมาการจากที่ภาคเกษตรขาดแรงงาน เพราะคนรุ่นใหม่หันไปทำงานในภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น จึงมีส่วนที่จะทำให้เกษตรกรหันมาใช้เครื่องทุ่นแรงแทนจ้างแรงงาน

ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนและเวลาลงอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซีในปี 2558 จะทำไทยสามารถส่งออกเครื่องจักรกลการเกษตรไปจำหน่ายในกลุ่มประเทศอาเซียนได้เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้ว่าปีนี้ตลาดเครื่องจักรกลการเกษตรโดยรวมจะเติบโตขึ้น แต่ก็ต้องมีการเตรียมรับมือกับสภาพอากาศที่จะมีผลต่อกำลังการซื้อ หรือชะลอซื้อของเกษตรกร โดยเฉพาะเครื่องจักรกลที่มีมูลค่าสูง เพราะโดยปกติแล้วเกษตรกรจะซื้อเครื่องจักรกลก็ต่อเมื่อมีความจำเป็นที่ต้องใช้และเมื่อถึงฤดูใช้งานเท่านั้นครับ

เลือกซื้อ รถแทรกเตอร์คูโบต้ามือสอง ราคาถูกที่นี่ครับ

มารู้จัก รถบรรทุก กันครับ September 16, 2013 Comments Off


รถบรรทุก

รถบรรทุก

คำว่า รถบรรทุก มีความหมายตรงตัว คือที่ใช้บรรทุกของหนักตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ รถบรรทุกคันแรกของโลกถูกผลิตขึ้นโดย Gottlieb Daimler ในปี 1896 โดยโครงสร้างของรถทั้งหมดทำจากเหล็กทั้งสิ้น ล้อรถทำจากไม้ เครื่องยนต์เป็นแบบ 2 สูบ ขนาดความจุ 1.06 ลิตร และในปีต่อมาได้ทำการติดตั้งเครื่องยนต์ขนาด 2.2 ลิตร และขับเคลื่อนด้วยสายพานพร้อมกับติดตั้งระบบระบายความร้อนด้วยหม้อน้ำ ซึ่งพัฒนาการของรถบรรทุกมีอย่างต่อเนื่องจนในปี 1898 ได้มีการนำรถบรรทุกไปจัดแสดงที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสจนได้รับความสนใจและเป็นที่นิยมมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งในปัจจุบันรถบรรทุกได้ทีการพัฒนาการมีตั้งแต่รถบรรทุกขนาดเล็กไปจนถึงรถหัวลากรวมทั้งรถบรรทุกเอนกประสงค์ทั้งหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดจะมีลักษณะต่างกันออกไป เช่น รถกระบะบรรทุกพื้นเรียบ รถบรรทุกท้ายลาด รถกระบะบรรทุกแบบมีข้างเสริม รถกระบะบรรทุกที่มีเครื่องทุ่นแรง รถกระบะบรรทุกแบบยกเทได้ รถตู้บรรทุก รถบรรทุกของเหลวหรือวัตถุอันตราย เอาละครับทีนี้เราก็รู้เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นกับรถบรรทุกมากพอดูแล้ว จากนี้มาดูข้อควรระวังและวิธีการดูแลรักษารถบรรทุกกันดีกว่าครับ

ส่วนข้อควรระวังและวิธีการดูแลรักษารถบรรทุกนั้นมีข้อที่สำคัญดังต่อไปนี้ครับ

-     การเลือกใช้ยางใน ยางรอง ควรเลือกใช้ที่มีขนาดและประเภทเดียวกับยางนอก โดยในบางครั้งมีการนำยางที่เล็กกว่ามาใส่กับยางนอกที่ใหญ่กว่า ซึ่งเมื่อยางถูกสูบลมอย่างเต็มที่จะทำให้ยางมีการขยายตัวมากกว่าปกติ ทำให้เสียหายได้ง่าย

-     การเลือกดอกยาง ต้องคำนึงถึงความลึกของร่องยางที่แตกต่างกัน เพื่อความเหมาะสมต่อการใช้งานที่หลากหลาย ดังนั้นร่องยางจึงมีทั้งแบบตื้นและลึกเป็นพิเศษ

-     ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนยาง ควรเปลี่ยนทั้งยางนอก ยางรองและยางใน

-     เลือกกระทะล้อที่มีขนาดที่เหมาะสมพอดีกับยาง

-     การบรรทุกน้ำหนักเกินอัตราจะทำให้ดอกยางสึกหลอได้เร็ว ขอบยางอาจมีการแตกหัก จนไปถึงการบวมและระเบิดในที่สุด  ควรวางตำแหน่งของที่หนักให้อยู่ในกึ่งกลางของรถเพื่อเป็นการรักษาสมดุลน้ำหนัก

-     ไม่ควรขับเร็วจนเกินไปเพราะการขับเร็วจนเกินไป ทำให้ทั้งดอกยางสึกไว ระเบิดได้ง่าย เปลืองน้ำมัน และยังเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

ดังนั้นควรมีการตรวจเช็คสภาพยางสม่ำเสมอ รวมไปถึงเครื่องยนต์ของรถให้พร้อมก่อนการใช้งานทุกครั้ง โดยเฉพาะเรื่องของการบรรทุกน้ำหนักที่เป็นปัญหาใหญ่ของรถ การขับด้วยความเร็วสูง  รวมไปถึงการขับในเลนที่เหมาะสมก็จะช่วยลดปัญหาและอุบัติเหตุลงได้อีกเยอะเลยนะครับ

4 จุดเสี่ยงที่ควรอยู่ให้ห่างรถบรรทุกขณะขับขี่ August 15, 2013 Comments Off

รถบรรทุกมือสอง

รถบรรทุกมือสอง

ต้องยอมรับได้รับข่าวสารเกี่ยวกับอุบัติเหตุบนท้องถนนมากมายที่เกิดขึ้นจากรถบรรทุก หรือมีรถบรรทุกเข้าไปเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุนั้นๆบ่อยครั้งเลยทีเดียวสำหรับการขับรถบนท้องถนนไม่ว่าในเมืองหรือต่างจังหวัดก็ตามการหลีกเลี่ยงไม่เข้าไปใกล้กับรถบรรทุกสามารถช่วยป้องกันอุบัติเหตุจากการมองไม่เห็นรถคันอื่นจากสายตาของคนขับรถบรรทุก แม้ว่ารถบรรทุกจะถูกจำกัดความเร็วในการขับขี่ก็ตามครับ แต่หากเกิดการชนขึ้นมา นำหนักรถที่มีมากหรือหากบรรทุกของมามากก็สามารถทำให้เกิดอันตรายกับคนคันอื่นได้ครับ ดังนั้นหากคุณเห็นรถบรรทุกแล่นอยู่ถนนควรเว้นระยะห่างให้คนขับสามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากกระจกมองข้างหรือด้านหน้าของรถก็ตาม โดยพบว่าจะมีจุดบอดทั้งหมด 4 จุดที่ผู้ขับขี่ยานพาหนะร่วมถนนเดียวกันกับรถบรรทุกต้องระมัดระวัง เมื่อต้องขับใกล้ๆ
1.    ด้านหน้ารถ   ผู้ขับขี่ควรเว้นระยะให้อยู่ห่างจากรถบรรทุกราว 4 คันรถ เพื่อที่คนขับสามารถจะมองเห็นรถของคุณได้ชัดเจนมากขึ้นครับ หากอยู่ใกล้กว่านั้นอาจจะทำให้รถของคุณโดนรถบรรทุกสอยท้ายเอาได้
2.    ด้านขวา คนขับรถบรรทุกจะมองไม่เห็นรถที่แล่นมาด้านขวาเพื่อจะแซงในจังหวะนั้นรถบรรทุกจะมองไม่เห็นจากกระจกมองข้าง และเปลี่ยนเลนในจังหวะเดียวกันที่คุณกำลังขับแซงขึ้นมาอาจจะเกิดการชนกันได้ หากจะให้คนขับมองเห็นก็ควรขับอยู่ในระยะสายตาของคนขับหรือหน้ารถเทียบเสมอกัน หรือด้านหลังที่ห่างจากท้ายรถไปประมาณ 2-4คันรถ คนขับจะสามารถมองเห็นจากกระจกมองข้างได้ครับ
3.    ด้านซ้าย บริเวณนี้ของถือว่าอันตรายพอสมควรครับ หากคิดแบบพื้นๆรถบรรทุกขับชิดเลนซ้ายอยู่แล้ว คุณขับรถอยู่ซ้ายของรถบรรทุก แสดงว่าคุณอยู่นอกถนนแล้วหล่ะครับ แต่หากรถบรรทุกไม่ได้ชิดซ้าย ขับอยู่เลนกลาง คุณขับชิดซ้ายสุดเป็นมุมที่คนขับเห็นได้น้อยมาก ต้องรีบขับผ่านไป อย่ารอช้า เพราบางครั้งรถบรรทุกอาจจะกลับเข้ามาที่เลนซ้ายเหมือนเดิมในตำแหน่งที่คุณอยู่ อาจจะเกิดการชน หรือเบียดคุณตกถนนไปเลยก็ได้
4.    ด้านหลัง สำหรับคนที่ชอบขับรถขี่ท้ายรถคันอื่นอาจจะสามารทำได้เพราะรถเก๋ง หรือรถกระบะนั้นมีกระจกมองหลัง คนขับสามารถมองเห็นรถของคุณได้อยู่แล้ว แต่สำหรับรถบรรทุกที่ไม่สามารมองกระจกมองหลังได้(ถึงจะมีก็ตาม) เพราะท้ายรถบรรทุกนั้นบรรจุด้วยของ หรือสินค้ามากมายเต็มคันรถ คนขับรถบรรทุกไม่มีทางมองเห็นแน่นอน จะให้ดีต้องเว้นระยะห่างจากรถบรรทุกอย่างน้อย 10 เมตร หรืออยู่ให้ห่างราว 20-25 คันรถ ทางกระจกมองข้าง
แม้ว่าการมองอุปสรรคจากการมองเห็นของคนขับรถบรรทุกจะไม่ใช่สาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุก็ตาม แต่การป้องกันไว้ก่อน ไม่ประมาทก็สามรถช่วยไม่ให้เกิดอุบัติเหตุนั้นได้นะครับ อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่ขับรถบรรทุกก็ควรระวังให้มากขึ้นสำหรับคนที่ใช้ถนนร่วมกันจะได้ช่วยกันลดอุบัติเหตุบนถนนได้ และรถคันอื่นๆรู้แล้วก็อย่างนิ่งเฉย หลีกเลี่ยงจุดเสี่ยงดังกล่าวให้ห่างเลยครับเมื่อคุณต้องใช้ถนนร่วมกันกับรถบรรทุก

เยี่ยมชม รถบรรทุกแบบพ่วงยี่ห้อ Volvo มือสอง ในเมืองไทย คลิกเลย